งานลายกำมะลอ หรือบางทีก็เรียก งานเขียนสีกำมะลอ จัดเป็นงานประณีตศิลป์ของไทยเราประเภทหนึ่ง และเป็นงานเขียนวาดเส้นและระบายทำเป็นลวดลายหรือรูปภาพด้วยวิธีการอย่างโบราณ คำว่า กำมะลอ นั้นมีความหมายหมายถึงของไม่จริง สิ่งไม่แท้
และสีกำมะลอ มีความหมายในทางช่างว่า เป็นงานเขียนสีผสมน้ำรัก ซึ่งทำเทียม งานเขียนระบายสีน้ำกาว แต่มิใช่เป็นงานเขียนระบายสีน้ำกาวตามขนบนิยมซึ่งมีมาแต่ก่อน จึงถูกเรียกว่า งานเขียนสีกำมะลอ แม้ว่างานลายกำมะลอจะมีลักษณะเป็นงานเขียนภาพหรือจิตรกรรม แต่เนื่องจากเป็นงานที่เกี่ยวข้องการใช้รัก จึงจัดกลุ่มให้อยู่ในงานเครื่องรักด้วย
ภาพเขียน ลายกำมะลอ เป็นแต่เพียงภาพที่เขียนระบายสีหม่นๆ แลดูกลมกลืนกันเพียงสองหรือสามสีเท่านั้น และน้ำยานั้นช่างเขาใช้รักเจือลงกับสีเขียนระบายต่างวิธีกันออกไป ฉะนั้น ภาพจิตรกรรมประเภทลายกำมะลอก็คือ รูปภาพซึ่งผูกเขียนล้อแบบภาพจิตรกรรมพหุรงค์
ลักษณะของจิตรกรรมประเภทลายกำมะลอนี้ โดยมากจะผูกเขียนเป็นรูปภาพเป็นเรื่องต่างๆ เขียนระบายด้วยสีดินแดง สีขาวหม่น สีมอคราม สีเขียวมีอยู่บ้างแต่ก็น้อย รูปภาพแต่ละตอนตัดเส้นรักโรยฝุ่นทอง หรือบางทีปิดทองคำเปลวเป็นเส้นล้อมรูปภาพ
ภาพจิตรกรรมประเภทนี้จะแลเห็นสีส่วนรวมเป็นสีหม่นกลมกลืนไปกับพื้นภาพซึ่งเป็นสีดำ ส่วนที่เห็นเด่นชัดนั้นอยู่ตรงเส้นรูปนอกของรูปภาพซึ่งเป็นสีทอง งานประเภทลายกำมะลอนี้ นิยมนำไปเขียนตกแต่งฝาตู้เก็บหนังสือ หีบใส่หนังสือ ฉากพับ ลับแล ฝากล่อง เป็นต้น

ตู้พระธรรมลายกำมะลอ ๑

ตู้พระธรรมลายกำมะลอ ๒
ลายกำมะลอประดับฉากกั้นห้อง ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๑

ลายกำมะลอประดับฉากกั้นห้อง ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๒
ความเป็นมาของลายกำมะลอ
งานเขียนลายกำมะลอนี้ จะปรากฏเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อไรไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจจะมีการทำกันมาบ้างแล้วในสมัยอยุธยา แต่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามลายกำมะลอนั้นได้รับความนิยมมากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในราวระหว่างรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
ด้วยเป็นเวลาที่แบบแผนการประดับตกแต่งอย่างจีนกำลังได้รับความนิยม รายละเอียดเกี่ยวกับลายกำมะลอนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงมีบันทึกไว้ว่า
"ที่นี้จะสันนิษฐานตำนานลายกำมะลอ ทีแรกมีช่างจีนเข้ามาจากเมืองจีน มาเขียนของจีนในเมืองไทย ไทยบางคนเห็นว่างามกว่าลายรดน้ำ เพราะมีสีต่างๆ ออกไปได้ จึ่งเอาของไทยที่เคยเขียนลายรดน้ำไปให้เขียนลายกำมะลอ
เพราะฉะนั้นลายกำมะลอชั้นแรกคงเป็นฝีมือจีนนอก ต่อมาทีหลังก็จำเป็นอยู่เองที่ครูจีน นอกจากจะต้องถ่ายทอดวิชาให้แก่ลูกจีนในนี้ทำเพื่อช่วยแรงตัว เหตุฉะนั้นวิชาเขียนลายกำมะลอก็มีขึ้นในพวกลูกจีนอีกด้วย พวกลูกจีนที่เกิดเมืองจีนย่อมมีตาติดรูปภาพและลวดลายไทยอยู่ ครั้นรับจ้างเขียนของไทย ก็ทำเรื่องและท่วงทีล้อไทยเพื่อให้ไทยชอบ แต่จะเหมือนฝีมือไทยที่เดียวนั้นหามิได้ เพราะมิได้หัดอย่างไทย
ถัดนั้นลงมาอีกรุ่นหนึ่ง พวกช่างไทยอยากทำบ้าง แต่เป็นการยากที่ผสมสีด้วยรัก เพราะรักนั้นดำทำให้สีมัวเสียไปเสมอ ช่างจีนมีวิธีผสมใส่อะไรบ้างปิดหนักหนา ช่างไทยขโมยสืบมาได้บ้างบางอย่างประกอบกับเดาลองผสม ก็ได้บ้างแต่ไม่ดี
ฝีมือช่างไทยเขียนลายกำมะลอดูท่วงทีเป็นไทยแท้ เมื่อเป็นดั่งนี้ จะต้องจัดลายกำมะลอเป็นสามรุ่น รุ่นที่ ๑ ฝีมือจีนนอก รุ่นที่ ๒ ฝีมือลูกจีน รุ่นที่ ๓ ฝีมือไทย ทางสันนิษฐานดังนี้"

สีฝุ่นไทยแบบโบราณ
การเขียนภาพลายกำมะลอ
การเขียนภาพลายกำมะลอ จะต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และปฏิบัติการเขียนระบายภาพเป็นไปตามลำดับ ดังนี้
๑. วัสดุ
ก. สี สีที่ใช้เขียนระบายภาพกำมะลอ ใช้สีฝุ่น ซึ่งเป็นสีดินเพียงสองหรือสามสี เช่น สีดินแดง สีดินขาว สีดินเขียว สีคราม มีใช้อยู่บ้างเป็นจำพวกสีครามหม้อ
ข. ฝุ่นทอง ลักษณะเป็นผงละเอียดสีทอง ทำมาแต่เมืองจีน แต่เมื่อใช้ไปนานๆ จะออกสีเป็นสีแดงคล้ำ คุณภาพสู้ทองคำเปลวไม่ได้
ค. ทองคำเปลว เป็นทองคำเปลวชนิดหน้าเต็ม และที่มีคุณภาพร้อยเปอร์เซ็นต์
ง. รัก ใช้ทั้งรักน้ำเกลี้ยงและรักน้ำใส ควรเลือกรักบริสุทธิ์ ไม่มีน้ำหรือน้ำมันยางเจือปนอยู่มาก
จ. สมุก ใช้สมุกใบหญ้าคา หรือใบตองแห้งเผาไฟ บดเป็นผงละเอียด ผสมกับรักน้ำเกลี้ยงทารองทำพื้นภาพ
ฉ. ดินสอพอง ดินสอพองเผาไฟ ใช้ห่อทำเป็นลูกประคบ เพื่อตบแบบโรยบนพื้นที่จะเขียนระบายภาพ
ช. ยางมะเดื่อชุมพร เป็นน้ำยางสับจากเปลือกต้นมะเดื่อชุมพร มีคุณสมบัติเหนียว ใช้ทาหรือลากเส้นเพื่อปิดทองคำเปลวทับ
ซ. น้ำมันการบูร ใช้ผสมรักเพื่อเร่งให้รักแห้ง
ฌ. น้ำมันก๊าด ใช้ล้างพู่กันภายหลังเขียนยางมะเดื่อชุมพร
๒. อุปกรณ์
ก. กระดาษ ใช้เขียนร่างรูปภาพและทำแบบปรุ เพื่อโรยถ่ายแบบลงบนพื้นภาพ
ข. ลูกประคบ ใช้ผ้าขาวบางห่อผงดินสอพอง รวบริมทั้งสี่มุม จับรวมกัน ผูกคอรัดเป็นลูกกลมๆ ใช้โรยหรือตบแบบปรุ เพื่อถ่ายแบบ
ค. ผ้าขาวบาง ใช้หุ้มปลายแร่งเพื่อโรยผงทอง

ลายกำมะลอประดับฉากกั้นห้อง ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๓
การเขียนระบายสี
งานเขียนสีกำมะลอ ก็มีลักษณะคล้ายกันกับงานระบายรูปภาพพาหุรงค์ ต่างกันแต่ว่าใช้สีต่างๆ น้อยสีกว่า และน้ำยาที่ใช้ผสมสีเขียนลายกำมะลอจะใช้ยางรักแทนน้ำกาว โดยทั่วไปแล้วงานเขียนลายกำมะลอมักไม่นิยมระบายสีให้มีความกลมกลืน หรือให้เป็นแสงเป็นเงาในรูปแบบ หากต้องการประสานสีระหว่างสีสองสี ก็มักจะระบายสีเข้มลงไว้ก่อน แล้วจึงระบายสีอ่อนเกลี่ยให้ประสานกัน
การเขียนลงเส้นทองเป็นรายละเอียดในรูปภาพหรือลวดลายให้เป็นรูปลักษณ์ ที่มีความชัดเจนและสวยงามเพิ่มเติมขึ้น อาจทำได้สองวิธี คือ การเขียนลงเส้นโรยฝุ่นทองวิธีหนึ่ง กับเขียนลงเส้นปิดทองคำเปลวอีกวิธีหนึ่ง
อย่างไรก็ตามงานลายกำมะลอนี้ อาจมีในบางที่ที่เขียนประกอบกับงานปิดทองรดน้ำด้วยกันก็มี เรียกกันว่า ลายรดน้ำกำมะลอ ซึ่งมักจะเขียนบนฝาตู้ เขียนบนฉากไม้กั้นห้องอย่างฝาประจัน เป็นต้น

ผลงานของผู้เขียนเองครับ...
ภาพสุดท้ายนี้เป็นงานจิตรกรรมรักสีเวียตนาม ซึ่งผมได้เข้าร่วม Work shop กับอาจารย์ DO KY HUY ชาวเวียตนามจาก The College of Arts Hue University เมื่อกลางปีที่แล้ว มีวิธีการที่คล้ายคลึงกับงานเขียนสีกำมะลอ คือ การใช้รักน้ำเกลี้ยงและรักน้ำใส ผสมกับสีฝุ่นระบายลงบนพื้นรักที่เตรียมไว้
จะต่างกันตรงที่ของไทยเราเมื่อระบายหมดแล้วทิ้งไว้ให้แห้งก็เสร็จ แต่ของเขาต้องทิ้งไว้ให้แห้งก่อน แล้วจึงทารักเคลือบผิวหน้านำเข้าตู้บ่มรักไว้ประมาณ ๒ อาทิตย์
จึงตรวจสอบดูว่าแห้งสนิทดีก็นำมาขัดด้วยกระดาษทรายน้ำ เรียงเบอร์จากหยาบไปหาละเอียด จนได้ลักษณะของสี น้ำหนักความประณีตของชิ้นงานตามที่ต้องการจึงแล้วเสร็จสมบูรณ์
ความแตกต่างของงานศิลปกรรมที่ประกอบด้วยรัก ของบรรดาช่างรักในภูมิภาคเอเชียนี้ จึงอยู่ที่คุณภาพของยางรักเป็นสำคัญขอรับ...กระผม
รักหนอรักไม่จริง...
************************
ข้อมูลอ้างอิง : โครงการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย. มรดกช่างศิลป์ไทย. กรุงเทพ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๒. หน้า ๒๖๙ - ๒๗๖.